4 December 2021

นักล่ารางวัลต้องรู้! ถูกรางวัล ก็ต้องถูกหัก ณ ที่จ่ายด้วย

ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ! ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการลุ้นรางวัลเป็นอีกความหวังเล็ก ๆ ของเราในทุกเดือน นอกจากสะสมดวงให้โชคดีแล้ว ยังต้องสะสมความรู้เตรียมรับมือกับความรวยอีกด้วย งั้นมาเตรียมตัวรวยไปพร้อม ๆ กับ PEAK กันนะ

นักล่ารางวัลอ่านด่วน! หนทางรวยจากการเสี่ยงโชค เสี่ยงดวง ไม่ว่าจะเป็นการถูกลอตเตอรี่ หรือได้รางวัลชิงโชคต่าง ๆ ไม่ว่าจะได้รางวัลเล็ก หรือแจ็กพอตใหญ่ ก็ต้องถูกเก็บภาษีทั้งหมด โดยรางวัลแต่ละประเภท จะถูกเก็บภาษีแตกต่างกัน แบ่งรางวัลออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ

1. สลากกินแบ่งรัฐบาล

ซ้อมรวยไว้ก่อน ถูกรางวัลที่ 1 แล้วต้องทำอย่างไรต่อ? คำถามที่ทุกคนสงสัย ลำดับแรก หลังจากที่รู้ว่าตัวเองถูกรางวัลที่ 1 ต้องตั้งสติก่อน ดีใจให้เต็มที่ กรี๊ดให้สุดเสียง แล้ววางแผนจัดการเรื่องเงินก้อนโตให้ถูกต้อง แล้วไปขึ้นเงินรางวัลกัน!

เริ่มจากแสดงความเป็นเจ้าของ ขั้นตอนนี้สำคัญ อย่ามองข้าม เพราะอาจถูกแอบอ้างได้

  • เขียนชื่อ – นามสกุล เบอร์โทรติดต่อ ที่ด้านหลังใบรางวัล ป้องกันการแอบอ้าง และสูญหาย
  • ลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ (สถานีที่ไหนก็ได้ แล้วแต่เราสะดวก) เพราะคุณตำรวจจะขอถ่ายรูป และจดบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ เก็บเอาไว้ให้ เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญ
  • ถ่ายรูป หรือถ่ายเอกสารสลากกินแบ่งทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นสำเนาเก็บเอาไว้

นำไปขึ้นเงิน สำหรับคนดวงดีที่ได้รางวัลหลักพัน ส่วนใหญ่จะนำใบรางวัลไปขึ้นเงินกับแผงขายที่อยู่ใกล้ที่สุด เพราะสะดวกกว่าเดินทางไปแลกที่สำนักงาน และจะถูกหักค่าแลก หรือค่านายหน้า 1 – 2% แต่สำหรับคนดวงดี แจ็กพอตแตก ได้รางวัลที่ 1 ให้ไปขึ้นเงินที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ) ชั้น G เวลาทำการ วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 15.00 น. อย่าลืมพกบัตรประชาชนเพื่อไปยืนยันตัวตนด้วยนะ และที่สำคัญต้องนำมาขึ้นเงินรางวัลภายใน 2 ปี นับจากวันที่ประกาศรางวัล ไม่เช่นนั้นเงินรางวัลจะถูกนำไปเป็นรายได้แผ่นดิน เพื่อไปพัฒนาประเทศ

อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป! มีอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่นักล่ารางวัลอย่างเราต้องรู้ ถูกรางวัล 6,000,000 บาท แต่เราได้เงินจริง ๆ เท่าไหร่กัน? แล้วถูกหักค่าอะไร?

วิธีจ่ายเงินของกองสลากมีอยู่ 2 ประเภท ถ้าถูกรางวัลเป็นจำนวนไม่เกิน 20,000 บาท จะได้รับเป็นเงินสด แต่ถ้าหากว่าถูกรางวัลมากกว่า 20,000 บาท จะได้รับเช็ค ซึ่งเช็คประเภทนี้เรียกว่าเช็คเงินสดแบบระบุชื่อผู้รับ เจ้าของสามารถนำไปขึ้นเงินสดได้ที่ธนาคารได้เลย แต่ไม่ว่าจะจ่ายเงินแบบไหน ก่อนรับก็จะถูกหักภาษีหัก ณ ที่จ่ายก่อน อ่าว…แล้วอย่างนี้เงินรางวัลของเราจะเหลือเท่าไหร่กันนะ?

การหักภาษีหัก ณ ที่จ่าย จะถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ ตามประเภทของสลากคือ สลากกินแบ่งรัฐบาล และ สลากการกุศล

สลากกินแบ่งรัฐบาล-สลากการกุศล
–   สลากกินแบ่งรัฐบาล ถูกหักภาษีหัก ณ ที่จ่าย 0.5% ของเงินรางวัล
–   สลากการกุศล ถูกหักภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1% ของเงินรางวัล
ตารางภาษีที่ถูกหัก-สลากกินแบ่งรัฐบาล-สลากการกุศล

หลังจากนำเงินไปขึ้นรางวัล และถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเรียบร้อยแล้ว ตามกฎหมายทางสรรพากรอนุญาตให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินรางวัลทั้งสองประเภท ฉะนั้นไม่ต้องยื่นภาษีประจำปีในส่วนนี้เพิ่ม เตรียมเฮกันได้เลย!

2.    รางวัลจากการชิงโชคต่าง ๆ 

สำหรับนักล่ารางวัล เงินรางวัลที่ได้รับจากการลุ้น ชิงโชคต่าง ๆ เช่น เล่นเกม ร่วมกิจกรรมในเฟซบุ๊ก หรือการเสี่ยงโชคต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสลากกินแบ่งของรัฐบาล นักล่ารางวัลจะต้องถูกหักภาษีหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 5% ของเงินรางวัลทั้งหมด แม้จะได้รับของรางวัลเป็นทองคำ ก็จัดอยู่ในหมดเดียวกับเงินสดที่จะต้องถูกหักภาษีหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 5% ของมูลค่าทองคำเช่นกัน และที่สำคัญเงินที่ได้ในส่วนนี้ยังต้องนำไปรวมกับเงินได้เพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ซึ่งจะโดนเก็บแบบอัตราเป็นขั้นบันได ตั้งแต่ 5% จนถึง 35% ขึ้นอยู่กับรายได้ในปีนั้น ๆ ของเรา และยังไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีตัวอื่น ๆ แทนกันได้ ซึ่งจะแตกต่างจากเงินรางวัลที่ได้จากสลากกินแบ่งของรัฐบาล

เช็กให้ชัวร์ ไม่งั้นมีความผิดทางกฎหมาย! หากถูกรางวัล หรือที่ได้รับเงินรางวัลจากการชิงโชคแล้วไม่นำมายื่นภาษีประจำปี มีบทลงโทษ

1.   หากไม่ยื่นภาษีภายในระยะเวลาที่กำหนด จะต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของเงินภาษีที่ต้องจ่าย     

2.   หากถูกออกหมายเรียก โทษฐานไม่ได้ยื่นแบบ หรือยื่นแบบแล้ว แต่ชำระภาษีขาดหรือไม่เพียงพอ จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม และยังจะต้องเสียค่าปรับอีก 1 เท่า หรือ 2 เท่าของภาษีที่ต้องจ่ายทั้งหมด แล้วแต่ความผิดเป็นกรณีไป     

3.   หากไม่ยอมยื่นแบบ ภ.ง.ด.90, 91 หรือ 94 ภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องถูกปรับทางกฎหมายไม่เกิน 2,000 บาท      

4.   หากจงใจ แจ้งข้อความเท็จ, แสดงหลักฐานเท็จ หรือฉ้อโกง เพื่อหนีการเสียภาษีอากร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท – 200,000 บาท

5.   และหากตั้งใจละเลย ไม่สนใจ ไม่ยื่นแบบ เพื่อหนีการเสียภาษีอากร มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

นักล่ารางวัลเช็กให้ดี เงินรางวัลแบบไหนที่เราต้องยื่นภาษี หรือไม่ต้องยื่นภาษี อย่าปล่อยให้รางวัลก้อนใหญ่ มาทำให้ตัวคุณเองเดือดร้อน แต่ถ้าไม่อยากหัวหมุน นั่งปวดหัวเรื่องภาษี PAEK ขอจัดการให้คุณ ฉลองให้เต็มที่ ลืมเรื่องภาษีที่แสนวุ่นวายนี้ไปได้เลยเรื่องภาษีเราช่วยได้ คลิกเลย! peakaccount.com